ทำไมตอนปัจฉิมนิเทศ
เขาถึงไม่คุยกันเรื่องพวกนี้ !!!
วันที่
20 ธ.ค.2555
ที่มา/ผู้เขียน . facebook - มาโนช แซ่อื้อ โชคแจ่มใส
มาย้อนคิดดู
บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมตอนปัจฉิมนิเทศ เขาถึงไม่คุยกันเรื่องพวกนี้
ปล่อยให้เราต้องไปงมโข่งเอง เสียทั้งเวลาทั้งค่าโง่อยู่ตั้งนาน
1 ภาษี
เกือบทุกคนจบออกมาแล้วคล้ายกัน คือปีแรกไม่เสียภาษีเพราะรายได้ไม่ถึง ปีที่ 2 เสียนิดหน่อย แล้วพอปีที่ 3 ก็เริ่มเสียบาน
หลังจากนั้นก็เข้าไปอ่านในเน็ต คนเขียนเป็นนักธุรกิจ ยิ่งอ่านยิ่งงง
แถมกว่าจะได้อ่านก็เกือบสิ้นปี วางแผนอะไรไม่ทันสักอย่าง เห็นยอดที่จะเสียแล้วหงุดหงิด
รับไม่ได้ อยากโกงขึ้นมาทันที ไม่เสียได้มั้ย เขาคิดกันยังไง
จะเสียให้น้อยลงต้องวางแผนยังไง
อันนี้น่าจะบอกกันตั้งแต่ตอนจะเปลี่ยนสถานะจากคนที่เกาะพ่อเกาะแม่กินมาเป็นมนุษย์เงินเดือน
2 บัตรเครดิต
ทำไมเรียนจบปุ๊บตรูถึงเหมือนตัวเงินตัวทองทั้งๆ ที่ยังไม่ได้โชว์การลากไก่ลงไปกินในน้ำให้ใครดู
ทำไมใครๆ ก็อยากให้ตรูทำบัตรเครติดด้วย
คนที่มาอวยให้ทำบัตรเครดิตเขาเป็นคนของธนาคารหรือเปล่า เชื่อถือได้แค่ไหน
ตกลงใครได้ประโยชน์ หลอกตรูเปล่าเนี่ย ทำไปจะมีอะไรแอบแฝงมั้ย ชีวิตจะง่ายขึ้น
หรือว่าลำบากขึ้นกันแน่ ทำมันซะ 10 ใบเพราะอยากได้ของแถมใครเสนอมาทำหมด
หรือมีแค่ใบเดียวก็พอ
3 ประกันทั้งหลาย
อย่างประกันชีวิต จบมาก็อายุ 20 กว่าเอง ไม่ใกล้ตายขนาดนั้นหรอกมั้ง
จะรีบทำไปทำไม เสียดายเงิน เอาไว้ทำตอนแก่ๆ น่าจะคุ้มกว่ามั้ย ทำปุ๊บ ตายปั๊บ
ลูกหลานได้เงินทันที เราก็นอนตายตาหลับ
แล้วไอ่พวกประกันเจ็บป่วยอุบัติเหตุต้องทำด้วยเหรอ ก็เป็นข้าราชการ เบิกได้
แถมเป็นหมออีกต่างหาก ตัวแทนประกันบางคนรึก็ขยันโทรหาเช้าเย็น
ทำตัวสนิทยิ่งกว่าเป็นผัวเมียกัน ตกลงเขาหวังดีจริงๆ หรือแค่หวังผลประโยชน์จากเรา
4 การกู้และการผ่อน
ชั้นรวย ตอนเรียนพ่อแม่ซื้อของให้ซะส่วนใหญ่ เวลาซื้ออะไรเองก็ซื้อสดตลอด
ผ่อนคืออะไร ดาวน์ไปทำไม ผ่อนตั้ง 3 ปี 5 ปีเพื่อ ไม่ได้จนขนาดนั้น ผ่อน 3 เดือนไม่ได้เหรอ ไม่เข้าใจ
แล้วทำไมต้องกู้ พ่อรวยอยู่แล้ว เงินเดือนก็เยอะ จะกู้ให้มันเป็นภาระไปทำไม
ทำไมในทีวีมีแต่เชิญชวนให้ไปกู้ มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ
การกู้เงินมันคือแสงสว่างหนทางแห่งนิพพานขนาดนั้นเชียว
5 การหาคู่ชีวิต
คนสมัยนี้เขาหาแฟนกันที่ไหน คนดีๆ เจอได้แถวไหน พวกผับเผิ่บไรเนี่ย
จะมีคนดีบ้างไหม จะรู้ได้ไงว่าคนนี้ใช่ จะรู้ได้ไงว่าคนนี้แอบเลว
จะรู้ได้ไงว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเกย์ โดยเฉพาะน้องผู้หญิง เรียนจบอายุ 23 ไม่ควรมีลูกหลัง 35 มีเวลา 12 ปีหักเวลานอนวันละ 8 ชั่วโมง เหลือ 8 ปี หักเวลาทำงานอีกวันละ 8 ชั่วโมง เหลือ 4 ปี เรียนเฉพาะทาง 3 ปี
สรุปว่าเหลือเวลาหาสามีแค่ปีเดียวหละสิเนี่ย
6 การปรับตัวเข้ากับที่ทำงานใหม่
ซึ่งเป็นการทำงานจริง เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สแตนด์อิน ทำแล้วได้เงินจริง
ทำผิดโดนคนไข้ด่าจริงฟ้องจริง การอยู่ในระบบที่เขา set ไว้ตั้งแต่สมัยกฎหมายตราสามดวง
พอเข้าไปทำงานปุ๊บ จ้องจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เขาเคยทำมา
กัดกับทุกคนตั้งแต่คนเข็นเปล ยัน ผอ. รพ. โน่นก็แย่ นี่ก็ห่วย เราก็หวังดี
ทำไมไม่มีใครเห็นด้วย ไม่เข้าใจ
7 การบังคับบัญชาคนที่อาวุโสกว่า
อันนี้เป็นเรื่องน่าปวดหัวมากสำหรับสังคมไทย
เริ่มงานปุ๊บได้เป็นประธานงานนั่นนี่ทันที สั่งงานยังไง
เขาถึงมองว่าเรายังมีความเคารพกันอยู่ เท่าไหร่เขาจะทำตาม ไม่ดูก้าวร้าว
แค่ไหนดูไม่น่าเชื่อถือ แค่ไหนพอดี แค่ไหนเว่อเกิน สุภาพแค่ไหนเรียกว่าสุภาพ
สุภาพแค่ไหนเรียกว่าเสแสร้งสอพลอตอแหล
8 การดูแลสุขภาพวัยหนุ่มสาว
คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อว่าพอเลย 25 ร่างกายจะเข้าสู่ขาลง
หรือต้องรอให้งานศพของเพื่อนร่วมรุ่นที่ sudden death เป็นตัวกระตุ้นให้หันมาสนใจสุขภาพตัวเอง
อายุแค่ไหนถึงจะ check up ต้องออกกำลังกายด้วยเหรอ
มองไปทางไหนพวกออกกำลังกายก็มีแต่คนอ้วน เกย์ กับพวกบ้ากล้าม คนธรรมดาๆ
เขาก็เน้นกินอาหารหรูๆ กับกินเหล้าหัวทิ่มกันทั้งนั้น แล้วทำไมเราต้องคิดต่าง
9 ใช้ชีวิตยังไงถึงจะห่างไกลนิติเวช
เพราะเอาเข้าจริงๆ วัยทำงานใหม่ๆ ไม่ค่อยได้เจ็บป่วยล้มตายด้วยเหตุธรรมชาติหรอก
ส่วนใหญ่ก็อุบัติเหตุจราจรทั้งนั้น รถก็ใหม่ ใบขับขี่ก็เพิ่งทำ ย้ายถิ่น ไม่ชินทาง
พาเพื่อนเที่ยว ขับไปหาแฟน ฯลฯ รองลงมาก็มีเรื่องชกต่อยตบตีโดนลูกหลงตามร้านเหล้า
ไอ่พวกโดนยิงหรือโดนเสียบจนตาย ก็แทบจะเป็นเรื่องชู้สาวซะทั้งหมด
ใครเคยเจอกับตัวก็น่าจะมาเล่าสู่กันฟังซักหน่อย
10 ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร
มันคือเงินทอง ชื่อเสียง ตำแหน่งใหญ่โต รถคันหรู
หรือว่าบ้านทรงยุโรปในหมู่บ้านราคาแพง หรือว่าหน้าตารูปร่างที่ดูดีไม่มีเสื่อม
ผิวพรรณเด้งขาวราวนางแบบ หรือคือการได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก
เอ๊ะหรือว่าได้คู่ครองดี มีลูกน่ารัก
หรือว่าแค่ได้ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่ในทุกวัน ได้รักษาคนไข้ก็ควรสุขแล้ววว
เราต้องขวนขวายกันขนาดไหน ถึงจะสุขได้ด้วยตนเอง
ปัจฉิมนิเทศ
เอาเข้าจริงๆ ไม่ได้เป็นแค่เพียงกิจกรรมสุดท้ายก่อนออกจากสถาบัน
แต่มันก็คือการปฐมนิเทศสู่การใช้ชีวิตบนดาวโลกของจริงต่างหาก
มันน่าจะต้อง
“มองมุมกลับ
ปรับมุมมอง” บ้างนะผมว่า :P
***ข้อคิดดีๆ นำมาแบ่งปันให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง
ควรให้ความใส่ใจแนะนำบุตรหลานได้ตั้งแต่วัยมัธยม น่ะครับ !!